|
สาเหตุที่ต้องจัดฟัน ก็เพื่อให้มีการเรียงตัวของฟันที่ถูกต้อง การทำงานของกระดูกขากรรไกรและการกระจายแรงบดเคี้ยวจะเป็นไปอย่างสมดุลย์ สามารถดูแลรักษาความสะอาดในช่องปากได้ง่าย แถมยังได้รอยยิ้มที่สวยงามอีกด้วย

คลินิกเดนต้าจอยแนะนำให้พบทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการจัดฟันโดยตรง ก่อนอายุครบ 7 ปี เนื่องจากหากมีปัญหา เช่นตำแหน่งของฟันอยู่ในตำแหน่งที่ผิดปกติ ทันตแพทย์จะได้ให้คำแนะนำและรักษาเบื้องต้น เพื่อลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างไม่ยุ่งยาก ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ในการรักษา ช่วงอายุที่เหมาะกับการจัดฟันมากที่สุด คือ ช่วงอายุประมาณ 12-13 ปี ซึ่งอายุช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ฟันแท้เริ่มขึ้น และขากรรไกรเริ่มมีการเจริญเติบโต ทำให้การขยายหรือลดรูปร่างขากรรไกรเป็นไปได้ง่าย
แต่จริงๆแล้ว ทุกเพศและทุกวัยสามารถจัดฟันได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยผู้ใหญ่สามารถจัดฟันง่ายเช่นกัน หากสภาพโครงสร้างของฟันและโครงกระดูกหน้าอยู่ในสภาพเหมาะสม และผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เริ่มสนใจการจัดฟันเนื่องจาก พวกเขาตระหนักถึงรอยยิ้มเป็นสำคัญ เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของบุคลิกภาพ

ปกติแล้ว ปัญหาของสุขภาพฟันสามารถถ่ายทอดจากพันธุกรรมได้เช่นกัน ซึ่งรวมถึงขนาดของฟันและขากรรไกร และรวมทั้งจำนวนและระยะช่องว่างของฟันเช่นกัน นอกจากนี้ลักษณะของการสบฟัน ความผิดปกติของขากรรไกร ฟัน และโครงหน้าก็อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ได้เช่นกัน หรือปัญหาของสุขภาพฟันอื่นๆอาจมีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ โรคเกี่ยวกับฟัน หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆได้เช่นกัน

ถึงอายุจะเยอะ แต่ก็สามารถจัดฟันได้เหมือนกัน เพียงแต่ความเสียหายของอวัยวะข้างเคียง เช่น เหงือกที่ร่นไปแล้วเนื่องจากฟันที่เกซ้อนกันอยู่นานๆ การทำความสะอาดไม่ทั่วถึงเกิดคราบหินปูนตรงตำแหน่งนั้นๆ เจ้าคราบหินปูนนี่แหละตัวร้าย เพราะมันจะปล่อยกรดออกมาทำลายกระดูกที่หุ้มรากฟันอยู่ เมื่อกระดูกถูกกรดจากหินปูนทำลายไป ระดับของขอบเหงือกก็จะร่นต่ำตามระดับของกระดูก แต่เนื่องจากฟันเกซ้อนกันอยู่ เลยทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน เมื่อจัดฟันให้ฟันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องสวยดีแล้ว อาจเห็นตำแหน่งที่เหงือกร่นเป็นรูตรงซอกฟันได้

การจัดฟันไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องถอนฟันทุกเคส ขึ้นอยู่กับปัญหาและความต้องการที่อยากได้จากการจัดฟันของคนไข้ เป็นหลัก ภายใต้ความเป็นไปได้ของแผนการรักษา

จริงๆแล้ว ได้มีการพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการจัดฟันให้มีขนาดเล็กลง เพื่อจะให้เกิดการระคายเคืองน้อยที่สุด แต่อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน ยังไม่สามารถหาวิธีการที่จะทำให้ไม่ได้รับการระคายเคืองได้ และอาจมีผลข้างเคียงขณะที่มีฟันมีการเคลื่อนที่เนื่องจากแรงกดยึด ซึ่งนั่นเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาจมีอาการข้างเคียงบ้าง แต่คุณสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ปกติ หากแต่จะต้องหลีกเลี่ยงสิ่งที่ต้องเสี่ยงใช้ความรุนแรงเช่น กีฬามวย เป็นต้น เนื่องจากอาจทำให้ได้รับความบาดเจ็บได้ง่ายกว่า

เนื่องจากพื้นที่ในส่วนของปากและฟัน มีถึง 1/3 ของใบหน้า ดังนั้นเมื่อมีรอยยิ้มที่สวยงามก็จะทำให้รูปหน้าดูดีขึ้นแน่ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแผนการรักษาก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้รูปหน้าเปลี่ยนไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเสียเงินเพื่อการรักษาด้านการจัดฟัน ควรเลือกปรึกษากับทันตแพทย์ที่มีความรู้และความชำนาญเฉพาะทางจัดฟันโดยตรง เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด ดังนั้นการจัดฟันจึงทำให้รูปหน้าเปลี่ยนแปลงไป

ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดฟันโดยส่วนใหญ่แล้ว จะใช้เวลาประมาณ 1-3 ปี หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาของคนไข้แต่ละท่าน ทั้งนี้ทันตแพทย์ที่ดูแลรักษาจะชี้แจงถึงรายละเอียดต่างๆให้คนไข้ทราบ ก่อนการรักษาอยู่แล้ว

หลังจากจัดฟันเรียบร้อยแล้วและฟันอยู่ในสภาพที่เหมาะสม ทันตแพทย์จะให้ใช้อุปกรณ์คงสภาพฟันไว้ (retainer) เพื่อรักษาตำแหน่งฟันให้คงอยู่ เพราะฟันยงคงเคลื่อนที่ได้อยู่ ซึ่งอาจทำให้ตำแหน่งฟันที่ถูกจัดไว้แล้วเปลี่ยนแปลงได้ เครื่องมือคงสภาพฟันสามารถถอดออกได้ ทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษา และควรใส่เครื่องมือคงสภาพฟันตามคำแนะนำของทันแพทย์ เพื่อการรักษาตำแหน่งฟันที่เหมาะสมไว้ให้นานเท่านาน

ถ้าคนไข้ ไม่กังวลเกี่ยวกับรูปหน้า หรือริมฝีปากที่อาจจะดูอูมและยื่น โดยส่วนใหญ่แล้วทันตแพทย์มักจะไม่สั่งให้ถอนฟัน นอกจากมีความจำเป็นจริงๆ แต่ต้องดูองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมด เช่น ฟิล์มเอ็กซ์เรย์ รูปหน้า รูปริมฝีปาก รวมถึงโครงสร้างทั้งหมดของใบหน้า เพื่อให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุดนั่นเอง

ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดฟันโดยส่วนใหญ่แล้ว จะใช้เวลาประมาณ 1-3 ปี หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหาของคนไข้แต่ละท่าน ทั้งนี้ทันตแพทย์ที่ดูแลรักษาจะชี้แจงถึงรายละเอียดต่างๆให้คนไข้ทราบ ก่อนการรักษาอยู่แล้ว

เครื่องมือที่ใช้ในการจัดฟันจะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ แบบที่ติดแน่นอยู่กับฟันและแบบที่คนไข้สามารถถอดออกมาได้
ซึ่งเครื่องมือจัดฟันแบบที่ติดแน่นอยู่กับฟัน ยังแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วย คือ
- แบบที่ติดอยู่ที่ผิวด้านนอกของฟันที่เราจะเห็นได้บ่อยๆ
- แบบที่ติดอยู่ที่บริเวณด้านในซึ่งมักจะนิยมทำในกลุ่มคนไข้ที่ไม่ต้องการให้เห็นเครื่องมือจัดฟัน เช่น ดารานักแสดง หรืออาชีพบางอาชีพที่มีข้อกำหนดบังคับไว้ว่าไม่อนุญาตให้มีอุปกรณ์ที่มองเห็นได้ในปาก อย่างเช่น แอร์โอสเตส เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีแยกปลีกย่อยตามวัสดุและเทคนิคของการผลิตของแต่ละบริษัทผู้ผลิตวัสดุและอุปกรณ์ ว่าจะตั้งชื่อผลิตภัณฑ์อย่างไร แต่ไม่ว่าเราจะเลือกจัดฟันด้วยวิธีใดก็ตาม ผลการรักษาออกมาเหมือนกันอยู่แล้ว
สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ ความสวยงามอันดับแรกที่สามารถรับรู้ได้เป็นประการแรก อันดับต่อมาก็คือระยะเวลาที่ใช้ในการจัดฟัน กำหนดนัดที่ต้องพบคุณหมอ การดูแลรักษาความสะอาดในช่องปาก ข้อจำกัดในการทาน เช่นถ้าเป็นเครื่องมือแบบที่ติดแน่นอยู่ในปาก อาหารที่แข็ง เหนียวหรือกรุบกรอบทั้งหลาย ก็อาจจะต้องงดไปเลย มิฉะนั้นอาจจะทำให้ เครื่องมือของท่านหลุดออกมาได้ ทำให้ต้องเสียเวลามาพบคุณหมอเพื่อติดเครื่องมือกลับเข้าไปใหม่ และอีกประการที่สำคัญก็คือ ความเจ็บที่เกิดขึ้นจากการจัดฟัน การจัดฟันด้วยเครื่องมือแบบถอดได้ก็จะเจ็บน้อยกว่าแบบติดแน่นนั่นเอง

|