|
ทันตกรรมรากฟันเทียมเป็นวิธีการปลูกรากฟันเทียมทดแทนรากฟันจริง เพื่อให้สามารถมีฟันเสมือนจริงได้ดังเดิม โดยการฝังรากฟันเทียมไทเทเนียมลงบนกระดูกรองรับฟัน เพื่อเป็นฐานให้แก่ฟันที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งอาจเป็นสะพานฟันหรือฟันปลอมทำให้ฐานของฟันมั่นคงมากยิ่งขึ้น

ข้อดี :
- ช่วยเพิ่มความมั่นใจและช่วยบุคลิกภาพดูดียิ่งขึ้น เนื่องจากหากมีฟันที่สูญเสียไป อาจทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจในตัวเองไปด้วย ซึ่งอาจเกิดจากภาพลักษณ์ของคุณเปลี่ยนไป
- ทำให้สุขอนามัยในช่องปากดียิ่งขึ้น เนื่องจากหากมีการทดแทนฟันที่เสียไป จะช่วยให้โครงสร้างของฟันสมบูรณ์และแข็งแรงได้ และช่วยรักษาเนื้อเยื่อของเหงือกได้
- ทำให้เพิ่มความสามารถในการบดเคี้ยวและสามารถรับประทานอาหารได้ดังเดิม เนื่องจากการปลูกรากฟันเทียมจะทำให้โครงสร้างของฟันที่ทดแทนขึ้นมาใหม่ มีความแข็งแรงและสามารถรองรับความสามารถในการบดเคี้ยวได้ดี
- ทำให้ความสามารถในการออกเสียงและการพูดดีได้ดังเดิม
- ลดปัญหาการเคลื่อนตัว การหลุดออก และความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาต่างๆของฟันปลอม
|
ผู้ที่ควรเข้ารับการรักษา
- ผู้ที่มีการสูญเสียฟันซี่ใดซี่หนึ่ง หรือหลายซี่
- ผู้ที่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมหรือมีความกังวลเกี่ยวกับการสวมใส่ฟันปลอม
- ผู้ที่มีปัญหาหรือจุดบกพร่องทางสุขภาพปาก อันเนื่องเกิดจากโรค การทำศัลยกรรม หรือได้รับบาดเจ็บทางปากและฟัน
ผู้ที่ไม่เหมาะเข้ารับการรักษา
- ผู้ที่มีความพิการหรือเป็นโรคที่ไม่สามารถควบคุมได้
- หญิงมีครรภ์
- ผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาอาการทางจิต
- ผู้ไม่ให้ความร่วมมือกับการรักษา และ
- ผู้ที่ขาดกล้ามเนื้อที่ประสานกันเพื่อจัดการขั้นตอนการทำความสะอาดในช่องปาก
ประเภทของการปลูกรากฟันเทียม
1. การปลูกรากฟันเทียมลงในกระดูก (Endosteal)
เป็นวิธีการปลูกรากฟันเทียมแบบทั่วไปและเป็นที่นิยมใช้กัน โดยปลูกลงในกระดูกขากรรไกร ซึ่งสามารถรักษาร่วมกับการทำสะพานฟันและการทำฟันปลอมได้

2. การปลูกรากฟันเทียมลงบนกระดูก (Subperiousteal)
เป็นการปลูกรากฟันเทียมที่บริเวณด้านบนสุดของกระดูกขากรรไกร โดยส่วนที่เป็นรากจะยื่นออกมา และมีเหงือกเป็นตัวยึดรากไว้ ซึ่งวิธีนี่เหมาะกับผู้ที่ไม่สามารถใส่ฟันปลอมแบบทั่วไปได้ หรือผู้ที่มีฟันขนาดเล็ก
ขั้นตอนในการรักษา
การรักษาประกอบไปด้วยขั้นตอนต่างๆ 4 ขั้นตอน ซึ่งจะแบ่งเป็นขั้นตอนในการผ่าตัดและการวางฟัน
การผ่าตัดและการวางฟันนั้น ต้องทำการรักษา โดยทันตแพทย์เฉพาะทางด้านการทำรากเทียม (prosthetics) หรือทันตแพทย์ทั่วไปที่ได้รับการฝึกฝน ทางการทำรากเทียมมาเป็นอย่างดีแล้วเท่านั้น หากคุณไม่มีฟันตามธรรมชาติอยู่ใน บริเวณที่จะปลูกรากเทียมแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมการพิเศษ ก่อนการปลูกรากเทียม แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณมีฟันที่ต้องการถอนออกก่อนการรักษา กระดูกขากรรไกร จำเป็นต้องการเวลา ในการพักพื้นก่อนจะทำการปลูกรากเทียม

ขั้นตอนที่ 1 การวางรากเทียม
ในขั้นตอนนี้ ต้องการการผ่าตัดที่แม่นยำ ซึ่งแพทย์ผู้ให้การผ่าตัดจะต้องใส่รากเทียม ที่ทำมาจากเหล็กไทเทเนียม ที่มีขนาดเล็กพอดีกับบริเวณที่ต้องการปลูกรากเทียมบนขากรรไกร หรืออีกนัยนึง อาจจะพูดได้ว่าการปลูกรากเทียมนี้เป็นการใส่รากฟันใหม่ให้กับปากของคุณ การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง และโดยปกติ จะทำการผ่าตัดโดยการฉีดยาชาเพียงเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดีจะไม่มีผลข้างเคียงที่หนัก ไม่ว่าจะเป็นระหว่างการผ่าตัดหรือหลังการผ่าตัดไปแล้วก็ตาม

ขั้นตอนที่ 2 ช่วงเวลาการพักฟื้น
เพื่อที่จะให้ขากรรไกรจับยึด และยอมรับรากเทียม หรือที่เราเรียกกันว่า Osseointegrate, คุณต้องเตรียมพร้อมกับการที่จะไม่มีฟันตรงส่วนที่ทำการปลูกรากเทียม เป็นเวลาประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์หลังจากการผ่าตัดในขั้นตอนที่ 1 หรือทำสะพานฟันเพื่อใช้ชั่วคราวก่อนได้ การพักฟื้นจะกินเวลาประมาณ 3-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพของขากรรไกรของแต่ละคน

ขั้นตอนที่ 3 การใส่เดือยรองรับครอบฟัน
เมื่อกระดูกขากรรไกรได้ทำการยึดติดกับรากเทียมอย่าถาวรแล้ว ก็จะเริ่มทำการผ่าตัดครั้งที่สอง ซึ่งในครั้งนี้แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดจะทำการติดตัวเสริม หรือที่เราเรียกกันว่า เดือยรองรับครอบฟัน (abutments) เข้ากับรากเทียม และ ตัวเดือยรองรับครอบฟันนี้เองจะผ่านทะลุเหงือก เข้าไปเพื่อให้สะพานฟันหรือฟันปลอมทำการยึดต่อไป ในขั้นตอนต่อไปที่จะทำให้คุณมีฟันถาวรใหม่ จะเริ่มขึ้นต่อจากการใส่เดือยรองรับครอบฟันเพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น

ขั้นตอนที่ 4 การใส่ครอบฟัน
ทันตแพทย์จะเริ่มขั้นตอนสุดท้ายด้วยการทำการพิมพ์ปากของคนไข้ก่อน และจะตามด้วยการปรึกษากัน ระหว่างคนไข้และทันตแพทย์เกี่ยวกับลักษณะรูปร่างของสะพานฟัน และฟันใหม่ของคนไข้ อีกประมาณ 5-6 ครั้ง ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ และคนไข้จะได้รับฟันใหม่ส่งถึงคลินิก เพื่อทำการใส่เข้ากับรากฟันเทียมนี่เอง และคนไข้ก็จะได้รับฟันซี่ใหม่อีกครั้ง และหวังว่าฟันนั้น จะเป็นเสมือนหนึ่ง ในร่างกายของเขา ฟันใหม่ของคนไข้จะต้องได้รับการดูและ และตรวจสอบอยู่เสมอ ซึ่งก็เป็นเหมือนฟันตามธรรมชาติของคุณนั่นเอง
การดูแลรักษา
หลังการปลูกรากฟันเทียม สามารถดูแลและรักษาสุขภาพของปากและฟันได้เหมือนการดูแลปกติทั่วไป และทำความสะอาดเป็นพิเศษบริเวณที่ทำการปลูกรากฟันเทียม และบริเวณเหงือกโดยรอบด้วยแปรงขัด ที่มีลักษณะพิเศษขนาดเล็ก นอกจากการดูแลที่บ้านแล้ว คุณควรเข้ารับการตรวจสภาพฟัน กับทันตแพทย์เป็นประจำอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงปีแรกหลังการเข้ารับการรักษา ควรพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสภาพโครงสร้าง โดยการเอกซเรย์ในช่วงหนึ่งเดือนแรก เดือนที่สาม และเดือนที่หก หลังจากปีแรก ให้พบทันตแพทย์เป็นประจำปีละสองครั้ง
คำถามพบบ่อย :
ทำไมต้องใช้วัสดุทำจากไทเทเนียม
ปกติร่างกายของคนเราจะไม่ยอมรับและต่อต้านวัสดุที่เข้าไปในร่างกาย แต่ไทเทเนียนเป็นวัสดุที่ร่างกายยอมรับ และกระดูกจะทำการจับยึดกับไทเทเทียมเพื่อความมั่นคงของฟันใหม่ที่คนไข้จะได้รับ
ต้องใช้เวลารักษานานแค่ไหน
เวลาโดยประมาณสำหรับการปลูกรากเทียมทั่วไป จะอยู่ที่ 7-8 เดือน แต่อย่างไรก็ดี หากฟันและกระดูกอยู่ในสภาพที่ดีมาก ก็จะทำให้การใช้เวลาร่นลงมาได้อีก
การรักษาจะทำได้ทีละกี่ซี่
สามารถทำได้มากกว่าหนึ่งซี่ หรืออาจทำรากเทียมใหม่ทั้งปากได้
ปลูกรากเทียมโดยใช้เวลาไม่นานทำได้หรือไม่
ได้ โดยการทำ immediate load ซึ่งคุณหมอจะทำการรวบขั้นตอนที่ต้องกินเวลานานหลายเดือน เหลือเพียงแค่วันเดียว คือ ทำการปลูกรากเทียม ใส่เดือยรองรับฟัน และใส่ครอบฟันชั่วคราว ทันที แต่อย่างไรก็ดี การรักษาแบบนี้ต้องได้รับคำปรึกษาจากทันตแพทย์เฉพาะทางเพื่อดูสภาพของกระดูกและฟันก่อน ว่าสามารถทำได้หรือไม่
ผลของการปลูกรากฟันเทียมมั่นใจได้แค่ไหน
จากผลการวิจัย และการเก็บสถิติ อัตราการปลูกรากเทียมสำเร็จจะอยู่ที่ประมาณ 90-95% อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับสภาพของโครงสร้างฟันของแต่ละบุคคลด้วย ดังนั้นจึงควรปรึกษากับทันตแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะกับแต่ละบุคคลและให้ตรงกับความต้องการของคนไข้
|