Dentajoy Dental Clinic in Bangkok,Dental Clinic in Thailand
dental clinic in thailandหน้าหลัก invisalign thailand ติดต่อเดนต้าจอยsnoring treatmentร่วมพันธมิตร orthodontist in thailandแผนผังเว็บไซต์  Thai Version
Dental Clinic in Thailand : Invisalign,Invisalign Teen, Implant, Cosmetic, Braces
About Denta-Joy Dentist Thailand, Dentist in Thailand Dental Services Invisalign : จัดฟันแบบใส Promotion MAD : การรักษาการนอนกรน Price & Duration : Dental Clinic MAD : การรักษาการนอนกรน แผนที่ของเดนต้าจอย Implant : ทันตกรรมรากเทียม International Patient Services
Dental Services : Dental in Thailand
ทันตกรรมจัดฟัน
ทันตกรรมบูรณะ เพื่อความงาม
การฟอกสีฟัน
ทันตกรรมรากเทียม
การทำศัลยกรรมทางช่องปาก
การรักษา และบริการอื่นๆ
 
Dentist in Thailand : Invisalign, Implant, Tooth Whitening, OSA, Snoring Treatment
คำนิยมและตัวอย่างการรักษา
ทันตแพทย์ แพทย์ และพนักงาน
เทคโนโลยีทางทันตกรรม
ผลิตภัณฑ์ทางทันตกรรม
คำถามที่พบบ่อย
คำถามในการจัดฟัน (Braces Talk)
เว็บลิงค์
 

 

dentist in thailand, Invisalign Center, Dental Implant, Tooth Whitening
บริการ -> การทำศัลยกรรมทางช่องปาก
ทันตกรรมเพื่อความงาม
Bookmark and Share

Oral and Maxillofacial Surgeryการทำศัลยกรรมทางช่องปากเป็นทันตกรรม เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดเพื่อรักษาความผิดปกติ  โรคต่างๆ  อาการบาดเจ็บ และความผิดปกติต่างๆ ของขากรรไกรและบริเวณใบหน้า  ซึ่งแพทย์จะทำการวินัจฉัย และวางแผนการรักษา ก่อนที่จะเริ่มทำการรักษา

ประเภทของการศัลยกรรมทางช่องปาก

  • การผ่าตัดเพื่อผ่าฟันคุด
  • การผ่าตัดเพื่อจัดแต่ง
    ขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน
  • การผ่าตัดเพื่อปลูกรากฟันเทียม
  • การผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายกระดูก

 

1. การผ่าตัดเพื่อผ่าฟันคุด

Oral and Maxillofacial Surgeryฟันคุดหรือฟันกรามซี่ในสุด  จะเป็นฟันชุดสุดท้ายที่จะออกมา ในช่วงอายุประมาณ 16-18 ปี และอาจออกมาเต็มที่ ในช่วงอายุประมาณ 22-23 ปี โดยปกติแล้ว ฟันกรามชุดสุดท้าย จะมีสี่ซี่ และอยู่บริเวณด้านในสุดถัดจากฟันกราม หากกระดูกขากรรไกรมีขนาดความยาวพอ ฟันเหล่านั้น ก็จะออกมาตามปกติ   แต่หากกระดูกขากรรไกรมีความยาวไม่พอ มีช่องว่างไม่พอที่จะออกมา หรือเกิดอุปสรรคต่างๆ ทำให้ฟัน ไม่สามารถออกมาได้   ฟันเหล่านั้นจะฝังอยู่บริเวณด้านใน บริเวณกระดูกขากรรไกร ซึ่งจะเรียกว่า ฟันคุด 

อาการและสาเหตุของฟันคุด

  • อาการปวดบริเวณกระดูกและเหงือก เนื่องจากมีคราบหินปูนและแบคทีเรียบริเวณ ซอกฟัน และซอกเหงือก และทำให้เกิดโรคเหงือก
  • อาการปวดบริเวณเหงือกทำให้เหงือกมีการอักเสบติดเชื้อ จึงส่งผลให้บริเวณฟันคุดมีอาการปวด
  • อาจมีอาการปวดหัว ปวดหู บวมบริเวณหน้าและลำคอ
  • อาจเกิดต่อมน้ำหรือก้อนซีสบริเวณเหงือก ซึ่งอาจส่งผลให้เป็นอันตรายต่อบริเวณกระดูก ของฟันซี่ใกล้เคียง

หมายเหตุ : ผู้ป่วยแต่ละบุคคลจะมีอาการและสาเหตุต่างกัน   ดังนั้นคนไข้จึงควรปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อวินิจฉัยและหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม

ข้อดีของการผ่าฟันคุด

การผ่าตัดเพื่อนำฟันคุดออกมา  ควรทำการรักษาก่อนที่จะมี อาการเจ็บปวดบริเวณฟันคุด  เนื่องจากหากรอให้ถึงเวลาเจ็บปวด  กระดูกขากรรไกรอาจมีการเจริญเติบโตและแข็งแรงเต็มที่  ซึ่งอาจทำให้ มีความยากลำบากต่อการรักษา รวมถึงอาจเกิดโรคอื่นๆแทรกซ้อนได้

วิธีการรักษา
ก่อนเข้ารับการรักษา ทันตแพทย์จะทำการเอกซเรย์เพื่อหาตำแหน่งของฟันคุด และให้คำปรึกษาวิธีการรักษาที่เหมาะสม  หลังจากนั้น  ทันตแพทย์จะฉีดยาชาบริเวณนั้นก่อนการผ่าตัด  และทำการผ่าตัดให้กับคนไข้

2. การผ่าตัดเพื่อจัดแต่งขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน

การผ่าตัดเพื่อจัดแต่งขากรรไกรร่วมกับการจัดฟัน คือการผ่าตัดเพื่อแก้ไข และปรับตำแหน่งของ ขากรรไกรเพื่อให้โครงหน้าเป็นปกติ  ซึ่งอาจมีการจัดฟันร่วมกับการรักษา สภาพของโครงหน้าให้เป็นปกติดียิ่งขึ้นด้วย

อาการและสาเหตุของการผ่าตัดเพื่อจัดแต่งขากรรไกร

  • มีปัญหาในการสบฟัน ทำให้การพูดและออกเสียงผิดปกติ
  • มีปัญหาในการบดเคี้ยว เนื่องจากโครงสร้างของหน้าและฟันผิดปกติ จึงทำให้การบดเคี้ยวเป็น ไปในทางที่ไม่เหมาะสม
  • มีอาการปวดบริเวณขากรรไกร เนื่องจากมีความผิดปกติของรูปร่าง
  • มีความผิดปกติของโครงสร้างฟัน และมีความผิดปกติของการสบฟัน
  • มีความผิดปกติของโครงสร้างของหน้า
  • มีอาการนอนกรน

 

ข้อดีของการผ่าตัดเพื่อจัดแต่งขากรรไกร

  • ทำให้การออกเสียงและการพูดดีขึ้นและชัดเจนมากขึ้น
  • ทำให้การบดเคี้ยวอาหารต่างๆมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น เนื่องจากการสบฟันที่ดีขึ้น
  • ทำให้โครงสร้างของขากรรไกร และโครงสร้างของหน้าได้รูปมาก และเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

วิธีการรักษา
ก่อนเข้ารับการรักษา ทันตแพทย์จะทำการเอกซเรย์เพื่อหาความผิดปกติของขากรรไกรและโครงสร้าง และให้คำปรึกษาวิธีการรักษาที่เหมาะสมและวางแผนการรักษาล่วงหน้า

3. การผ่าตัดเพื่อปลูกรากฟันเทียม

Services : Oral Surgery : Bone Graftsทันตกรรมรากฟันเทียมเป็นวิธีการปลูกรากฟันเทียมทดแทนรากฟันจริง  เพื่อให้สามารถมีฟันเสมือนจริงได้ดังเดิม  โดยการฝังรากฟันเทียมไทเทเนียมลงบนกระดูกรองรับฟัน  เพื่อเป็นฐานให้แก่ฟันที่จะสร้างขึ้นมาใหม่  ซึ่งอาจเป็นสะพานฟันหรือฟันปลอม  ทำให้ฐานของฟันมั่นคงมากยิ่งขึ้น

4. การผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายกระดูก

การปลูกถ่ายกระดูกเป็นวิธีการรักษาทางทันตกรรมเพื่อแก้ปัญหาการมีกระดูกขากรรไกร ไม่เพียงพอหรือไม่สมบูรณ์พอที่จะทำการรักษาการปลูกรากฟันเทียม
ปัจจุบันการปลูกถ่ายกระดูกเป็นวิธีที่มีความสำคัญมาก ซึ่งสามารถเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่อยู่ในขั้นตอนกระบวนการเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการปลูกรากฟันเทียม  เช่น  หากมีกระดูกขากรรไกรไม่เพียงพอต่อการรักษาการปลูกรากฟันเทียม  ต้องใช้วิธีนี้ช่วยเสริมก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาอย่างสูงสุด  เนื่องจากคนไข้บางรายมีการเสื่อมสลายของตัวกระดูกรอบรับฟัน หลังจากที่มีการสูญเสียฟันบริเวณนั้นไป  หรือสามารถใช้การปลูกถ่ายกระดูกเพื่อรักษาโครงหน้าได้

ประเภทของการปลูกถ่ายกระดูก

ปัจจุบัน  ทันตแพทย์ให้ความสำคัญแก่การปลูกถ่ายกระดูก เพื่อแก้ไขปัญหาปริมาณกระดูกที่ไม่เพียงพอ ต่อการรักษาการปลูกรากเทียมมากยิ่งขึ้น  และด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ จึงทำให้มีการพัฒนาวิธีการรักษานี้ให้มีวิธีการรักษาที่เหมาะสมและมีวิธีการที่ง่ายขึ้น

ประเภทของการปลูกถ่ายกระดูกแบ่งตามประเภทของวัสดุที่ใช้  ซึ่งแบ่งเป็น  5 ประเภท ดังนี้

  1. เนื้อเยื่อปลูกถ่ายอาตมัน (Autograft หรือ autogenous bone graft)
  2. เนื้อเยื่อปลูกถ่ายเอกพันธุ์ (Allograft หรือ allogenic bone graft หรือ Homograft)
  3. เนื้อเยื่อปลูกถ่ายวิวิธพันธุ์ (Xenograft หรือ xenogenic bone graft)
  4. สารปลูกถ่าย (Alloplast หรือ alloplastic bone graft)
  5. ปัจจัยการเจริญเติบโต (Growth Factors)

 

ผลกระทบที่เกิดจากการสูญเสียฟัน

หากมีการสูญเสียฟันซี่ใดซี่หนึ่งไป ฟันซี่ข้างเคียงอาจมีการล้มหรือเคลื่อนไปยังช่องว่าง ซึ่งมีผลต่อสุขภาพปากและโครงสร้างของฟัน และมีผลกระทบต่อการบดเคี้ยว การเรียงตัวของฟัน และการสบฟันต่างๆ   เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ  สามารถทำได้โดยการแทนที่ฟันซี่นั้น ด้วยวิธีการทันตกรรมที่เหมาะสมได้ดังนี้

  • สะพานฟัน
  • การปลูกรากเทียม
  • ฟันปลอม

ข้อควรปฏิบัติภายหลังการถอนฟัน ผ่าตัดฟันคุด การผ่าตัดย่อยในช่องปาก

1. กัดผ้าก๊อซให้แน่นพอสมควร ประมาณ 1-2 ชม. หรือจนกว่าจะหายชา เมื่อเลือดหยุดแล้วจึงคายออกผ้าก๊อซออก อย่ากัดผ้าก๊อซไว้ตลอดวันตลอดคืน
2. ถ้าเลือดไหลไม่หยุดให้กัดผ้าก๊อซที่สะอาดต่ออีก 1 ชม. แล้วใช้นำ้แข็งห่อผ้าประคบนอกปากตรงกับบริเวณถอนฟัน ห้ามอมน้ำแข็งในปากเด็ดขาด
3. ห้ามบ้วนปาก บ้วนน้ำลายตลอดวันที่ถอนฟัน ถ้ามีเลือดหรือน้ำลายออกมา ให้กลืนลงคอ จะช่วยให้กัดผ้าก๊อซได้ดี เลือดจะหยุดเร็วขึ้น
4. กรณีผ่าตัดฟันคุด ให้ใช้น้ำแข็งห่อผ้าประคบนอกปาก ตรงตำแหน่งแผลผ่าตัดฟันคุด เมื่อรู้สึกเย็นจัด หรือชาๆ ให้หยุดประคบ รอสักครู่แล้วค่อยเริ่มต้นประคบใหม่ อย่าประคบน้ำแข็งแช่อยู่ตลอดเวลา ประคบน้ำแข็งเป็นระยะๆ ประมาณ 15 นาที โดยทำในระหว่างที่ยังคงกัดผ้าก๊อซในปากอยู่ จะช่วยให้เลือดหยุดดีขึ้น ในวันรุ่งขึ้นให้ใช้น้ำอุ่นประคบนอกปากเป็นระยะๆ ตลอดวันจะช่วยบรรเทาอาการบวมลงได้
5. ขณะที่ยังชาอยู่ ระวังอย่าขบริมฝีปากเล่น จะทำให้เกิดแผลได้
6. ห้ามบ้วนน้ำ หรือน้ำยาบ้วนปากใด ๆ ใน 1-2 วันแรก เพระาจะทำให้ก้อนเลือดที่แผลถอนฟันหลุดออก และเกิดกระดูกเบ้าฟันอักเสบ โดยมีอาการปวดแผลตื้อ ๆ อยู่ตลอดเวลา ในวันต่อมาอาจใช้น้ำยาบ้วนปากหรือน้ำเกลืออุ่น (น้ำอุ่น 1 แก้ว ผสมเกลือแกง 1/2 ช้อนชา) บ้วนปากเบา ๆ โดยเฉพาะภายหลังรับประทานอาหาร
7. ให้แปรงฟันทำความสะอาดช่องปากตามปรกติ เพียงแต่ระมัดระวังแผลผ่าตัดหรือถอนฟัน
8. ถ้ามีอาการปวดแผลถอนฟันให้รับประทานยาแก้ปวดครั้งละ 1-2 เม็ด ถ้าอาการปวดยังไม่หายให้รับประทานยาแก้ปวดซ้ำอีก แต่ควรห่างกัน 4 ชม. การรับประทานยามากกว่ากำหนด เพื่อหวังผลให้หายเร็วนั้นอาจเป็นอันตรายได้ ในกรณีที่ทันตแพทย์ สั่งจ่ายยาแก้อักเสบให้ ต้องรับประทานตามกำหนดเวลาจนกว่ายาจะหมด เพื่อผลในการรักษาการติดเชื้อ และป้องกันไม่ให้เกิดอาการดื้ยา
9. ห้ามเอานิ้ว ไม้จิ้มฟันแคะเขี่ยบริเวณแผลถอนฟันและห้ามดูดแผลเล่น
10. ทำงานประจำได้ตามปกติ แต่อย่าออกกำลังกาย เล่นกีฬา หรือทำงานที่ใช้กำลังมาก ๆ เกินควร
11. ควรรับประทานอาหารอ่อน รสไม่จัด ควรดื่มนมจากแก้วมากกว่าการใช้หลอดดูด การใช้หลอดดูดจะทำให้ก้อนเลือดในแผลหลุดออกและปวดแผลได้ ห้ามสูบบุหรี่ ดื่มสุรา เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดจัดหรือร้อนจัด
12. ในกรณีแผลผ่าตัด แผลฟันคุด ที่เย็บไว้ ควรกลับมาตรวจดูแผลและตัดไหมภายหลัง ประมาณ 5-7 วัน
13.ถ้าเลือดออกไม่หยุด หรือมีอาการปวด-บวมผิดปกติ ควรติดต่อทางคลินิก และรีบกลับมาพบทันตแพทย์ทันที
14. เมื่อถอนฟันไปแล้ว ควรรอแผลหายและเหงือกยุบตัวเต็มที่ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4-6 สัปดาห์ และควรปรึกษาทันตแพทย์ว่าสมควรต้องใส่ฟันปลอมทดแทนช่องว่างของฟันซี่ที่ถอนไปหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อประโยชน

ป้องกันฟันข้างเคียงล้มเข้าหาช่องว่าง

  • ป้องกันฟันคู่สบยื่นยาวลงมาสู่ช่องว่าง
  • เพื่อให้ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวเท่าเดิม หรือใกล้เคียง
  • เพื่อความสวยงามและเสริมสร้างบุคคลิกภาพ
  • ช่วยในการออกเสียงได้ชัดเจน

โดยทั่วไปฟันปลอมจะมีอยู่ 4 ชนิด

  1. ฟันปลอมแบบถอดได้บางส่วนชนิดชั่วคราว ประกอบด้วยฟันปลอมแบบพลาสติก และลวดตะขอ
  2. ฟันปลอมแบบถอดได้บางส่วนชนิดถาวร ประกอบด้วยฟันปลอมและโครงโลหะ
  3. ฟันปลอมทั้งปาก
  4. ฟันปลอมแบบติดแน่น


 

The Orthodontist Co., Ltd. อาคารฟิฟตี้ฟิฟท์ พลาซ่า ชั้น2 ถนนสุขุมวิท 55 (ทองหล่อ ซอย 2) กรุงเทพมหานคร 10110
โทรศัพท์ 02-789-3033 แฟกซ์ 02-381-4016 Email: info@dentajoy.com