| หัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ การจัดฟันแบบร่วมกับการผ่าตัด |
|
เป็นการผสมผสานกันในเรื่องทันตกรรมจัดฟันด้วยการทำศัลยกรรมขากรรไกรจากที่ผิดรูปร่างให้เหมาะสม ตัวอย่างเช่น ขากรรไกรล่างแคบ เทคนิคนี้เป็นวิธีการที่ร่วมกันกับระหว่างแพทย์จัดฟันและแพทย์ศัลยกรรมทางช่องปาก ถึงแม้ว่าอาจดูเหมือนไม่มีความจำเป็นแต่อย่างไร แต่ความเป็นจริงแล้วนั้น สามารถช่วยคนไข้ที่ ไม่สามารถจัดฟันได้ในบางกรณี และเป็นการทำศัลยกรรมขากรรไกรเพื่อให้ขากรรไกรในสภาพที่เหมาะ สมกับโครงสร้างของหน้า และสภาพของร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยให้การจัดฟันได้ผลและมีประสิทธิภาพอย่างสมบูรณ์ ซึ่งในบางกรณีอาจต้องใช้วิธีนี้เสริม เนื่องจากไม่สามารถใช่วิธีการจัดฟันได้เพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ยังสามารถช่วยรักษาโรคเพดานปากโหว่ซึ่งเป็นมาแต่กำเนิดได้อีกด้วย
ปัจจุบันการจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดจะมุ่งเน้นไปยังการทำศัลยกรรมระหว่างส่วนภายในช่องปาก กับกระดูกโครงหน้า ซึ่งเป็นส่วนเกี่ยวเนื่องกับการจัดฟัน รวมถึงการทำศัลยกรรมทั้งก่อนและหลังจัดฟันด้วย และการดูแลเพื่อคงสภาพฟันไว้หลังจากฟันเข้าที่แล้ว
ขั้นตอนในการรักษา
- วางแผนการรักษา
เป็นการทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วย ทันตแพทย์จัดฟัน และศัลยแพทย์ช่องปาก ในเรื่องต่างๆ เหล่านี้
- ความผิดปกติของผู้ป่วย
- แผนการรักษา
- ประโยชน์ที่จะได้รับ
- ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
- ค่าใช้จ่าย
- ระยะเวลาในการรักษา
- ความคาดหวังของผู้ป่วย
- การจัดฟันก่อนการผ่าตัด
ใช้เวลาประมาณ 3 - 12 เดือน ในระยะนี้การสบฟันของผู้ป่วยที่ผิดปกติอยู่แล้ว จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น
- ระยะการผ่าตัด
ผู้ป่วยต้องนอนพักฟื้นในโรงพยาบาลประมาณ 3-5 วัน และหลังจากผ่าตัดเสร็จจะต้องยึดขากรรไกรบน และล่างไว้ด้วยกัน ในช่วงนี้ผู้ป่วยจะมีความลำบากในการรับประทานอาหาร การพูดและการทำความสะอาด ภายในช่องปาก หลังจากนั้นจะกลับไปพักผ่อนต่อที่บ้านอีกประมาณ 1 สัปดาห์ โดยช่วงนี้จะถอดเครื่องมือ ที่ใช้ยึดขากรรไกรออก แต่จะยังคงใส่ยางดึงขากรรไกรบนและล่างเอาไว้
- การจัดฟันหลังการผ่าตัด
ช่วงนี้ผู้ป่วยจะได้รับการฝึกหัดกล้ามเนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยว ให้มีความสัมพันธ์กับโครงสร้างขากรรไกรใหม่ จากนั้นทันตแพทย์จะทำการจัดฟันเพื่อปรับการสบฟันให้เข้าสู่สภาพปกติ จึงจะถอดเครื่องมือจัดฟันออก ช่วงนี้จะใช้เวลาประมาณ 2-6 เดือน
- ระยะคงสภาพ
ผู้ป่วยจะต้องใส่เครื่องมือคงสภาพฟัน (Retainer) เพื่อคงสภาพฟันหลังการผ่าตัดจนกว่าฟันจะคงสภาพอยู่ได้
- ระยะการรักษาสภาพและฟื้นฟูสภาพ
ผู้ป่วยจะถูกส่งกลับไปหาศัลยแพทย์เพื่อผ่าตัดเอาเครื่องมือที่ยึดกระดูกออก ในกรณีที่จำเป็นผู้ป่วยอาจต้องได้รับการการรักษาอื่นๆร่วมด้วย เช่น ใส่ฟันปลอม อุดฟัน รักษารากฟัน ขูดหินปูน และปรับสภาพการสบฟัน
ข้อดี
- ช่วยให้มีความสมดุลระหว่างขนาดฟันกับขากรรไกร
- ช่วยให้มีรูปร่างใบหน้าที่ดีขึ้น
- ใช้เวลาในการรักษาน้อยกว่าการรักษาแบบไม่ผ่าตัด
- มีการสบฟันที่ดีขึ้น
ข้อควรระวัง
- จากการจัดฟัน คือ รากฟันละลาย ทำความสะอาดภายในช่องปากยาก เกิดฟันผุได้ง่าย
- จากการผ่าตัด คือ อาการแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ ความเจ็บปวดและบวมหลังการผ่าตัด การเสียเลือด อาการชา การติดเชื้อ
|
|