ฟอกสีฟันที่คลินิก vs ฟอกสีฟันที่บ้าน

การฟอกฟันขาวเป็นวิธีที่ดีในการลบคราบต่างๆ ที่เกิดจากการทานอาหารซึ่งยังติดแน่นอยู่บนผิวฟันของคุณออกไปได้ รวมทั้งยังเป็นการแก้ฟันเหลืองได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ในปัจจุบันการฟอกฟันขาวสามารถทำได้มากมายหลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีแตกต่างกันไป โดยเราสามารถแบ่งหลักๆ ออกได้เป็น การฟอกสีฟันที่คลินิก กับ การฟอกฟันขาวด้วยตัวเองที่บ้าง ลองไปดูกันว่าวิธีฟอกฟันขาวแต่ละแบบเป็นอย่างไรบ้าง และลองดูกันว่าวิธีไหนที่เหมาะกับความต้องการของคุณบ้าง

ฟอกสีฟันที่คลินิก (In-office Teeth Whitening)

WhiteningBanner06

การฟอกฟันขาวแบบ In-office teeth whitening คือการไปฟอกฟันที่คลินิกหรือสถานพยาบาลโดยทันตแพทย์นับว่าเป็นวิธีที่ “ปลอดภัยที่สุด ได้ผลมากที่สุด และ ใช้เวลาไม่นาน” ปัจจุบันการฟอกสีฟันด้วยระบบ Zoom เป็นวิธีการฟอกฟันขาวโดยที่ไม่ทำลายเนื้อฟัน และเห็นผลถึงความแตกต่างได้เป็นอย่างดี โดยใช้ระยะเวลาในการทำประมาณ 45 นาที อย่างไรก็ตาม หลังจากฟอกฟันด้วยระบบ Zoom แล้ว ฟันของคุณจะคงความขาวได้นานเท่าใดก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาด้วย คุณอาจจะใช้ชุดฟอกฟันที่บ้านร่วมด้วยเพื่อความขาวของฟันที่ยั่งยืนกว่า และสำหรับบางคนอาจจะมีอาการเสียวฟันหลังจากทำเสร็จใหม่ๆ ซึ่งอาการดังกล่าวก็อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน

ฟอกสีฟันที่บ้าน / ฟอกฟันขาวด้วยตัวเอง (Home Tooth Whitening)

ct-toothw02.jpg

สำหรับใครที่ไม่สะดวกจะมาฟอกสีฟันที่คลินิก ก็สามารถเลือกฟอกฟันขาวที่บ้านได้ ซึ่งก็มีวิธีการที่หลากหลายและไม่ได้ยากอย่างที่คิด ทั้งนี้การฟอกสีฟันอย่างสม่ำเสมอนั้นก็จะช่วยให้คุณมีฟันที่ขาวอย่างยาวนานอีกด้วย ลองไปดูว่าเราสามารถฟอกฟันขาวด้วยตัวเองด้วยวิธีไหนกันได้บ้าง

  • การฟอกสีฟันแบบคลินิกโดยนำกลับไปทำเองที่บ้าน (Home Bleaching Tray)

เป็นการฟอกฟันขาวด้วยตัวเองที่บ้าน โดยเริ่มจากเข้าพบกับทันตแพทย์เพื่อพิมพ์ฟันของเราและทำถาดฟอกสีฟันขึ้นมา (ถาดนี้เป็นแบบเฉพาะบุคคล) ซึ่งการฟอกฟันขาวแบบนี้คุณต้องสวมถาดที่มีน้ำยาฟอกสีฟันเอาไว้ในปาก โดยสวมไว้ครั้งละ 1-2 ชั่วโมง วันละครั้ง คุณอาจจะเลือกใส่ไว้ตอนกลางคืนหรือตอนไหนก็ได้ที่สะดวก ในระยะแรกคุณอาจจะต้องฟอกสีฟันทุกวัน (หรือหากมีอาการเสียว สามารถทำเว้นวันก็ได้) จนได้สีฟันที่พอใจแล้ว ต่อไปก็อาจจะลองฟอกสีฟันเดือนละ 1-2 ครั้งเพื่อรักษาความขาวของฟันเอาไว้ วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีเวลาในการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะต้องใช้เวลาราว 3-4 สัปดาห์จึงจะเห็นผล

  • การฟอกสีฟันที่สามารถซื้อเองได้ทั่วไป (Over-the-Counter Teeth Whitening)

การฟอกสีฟันที่สามารถซื้อเองได้ทั่วไป (Over-the-Counter Teeth Whitening) เป็นชุดอุปกรณ์ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปและใช้ได้โดยไม่ต้องผ่านการควบคุมดูแลจากทันตแพทย์ โดยในปัจจุบันมีรูปแบบต่างๆ ให้เลือกใช้ได้ดังนี้

  1. ถาดพิมพ์ฟันด้วยตนเอง: การใช้ถาดฟอกสีฟันในชุดนี้อาจจะดูยุ่งยากสักหน่อยเพราะคุณต้องจัดการพิมพ์ฟันด้วยตนเอง (คล้ายกับการฟอกสีฟันในคลินิกแต่แค่ทำเองโดยไม่มีทันตแพทย์) และวิธีการฟอกขั้นต่อมาก็จะเหมือนกับการใช้ถาดฟอกฟันจากคลินิก วิธีนี้คุณต้องใช้ความชำนาญอยู่บ้างและอย่าแปลกใจที่คุณอาจจะทำอะไรพลาดในครั้งแรกๆ
  2. ปากกาฟอกสีฟัน (Teeth Whitening Pen): ลักษณะเป็นปากกาสำหรับป้ายเจลบนฟัน วิธีนี้ดูจะเป็นวิธีที่ง่ายเมื่อเทียบกับการฟอกสีฟันด้วยอุปกรณ์อื่น อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ของมันก็เป็นไปตามราคาด้วยเช่นกัน
  3. การใช้แสง LED ฟอกสีฟัน: ในการฟอกสีฟันโดยวิธีนี้คุณจะต้องทำถาดฟอกสีฟันเองเหมือนกับในข้อแรก พร้อมใส่เจลฟอกสีฟัน โดยใช้อุปกรณ์ Blue LED Light ฉายแสงเพื่อทำการฟอกสีฟัน
  4. แผ่นฟอกสีฟัน (Whitening Strips): อีกวิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ การใช้แผ่นพลาสติกที่มีน้ำยาฟอกสีฟันไปแปะไว้บนฟันแล้วทิ้งไว้สักพักหนึ่งค่อยลอกออก แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าที่จะเห็นผล
  5. ยาสีฟัน (Whitening Toothpaste): ยาสีฟันแบบฟอกฟันขาวสามารถหาได้ทั่วไปในร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เกต แต่ดูจะให้ผลในการฟอกสีฟันน้อยที่สุด เนื่องจากสารในยาสีฟันจะไปช่วยเคลือบผิวฟันไม่ให้คราบเข้าไปติดเพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้คราบเก่านั้นหลุดออกมาแต่อย่างใด การใช้ยาสีฟันแบบนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ฟอกฟันมาแล้วและอยากดูแลให้ฟันขาวยาวนานขึ้นมากกว่า

 

การจะใช้วิธีใดในเพื่อฟอกฟันขาวนั้น คุณสามารถเลือกได้ตามความต้องการและงบประมาณที่คุณสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการทำกับทันตแพทย์โดยตรง หรือทำเองภายในการดูแลของแพทย์ หรือจะใช้ชุดฟอกฟันขาวทั่วๆ ไปก็ได้ โดยมีค่าใช้จ่าย ผลลัพธ์และระยะเวลาแตกต่างกันไป แต่อย่างไรก็ตามหากคุณอยากจะรักษาให้ฟันขาวสวยไปนานๆ และแก้ฟันเหลืองได้อย่างยั่งยืนก็พยายามหลีกเลี่ยงอาหารที่จะทิ้งคราบไว้บนฟัน และทำความสะอาดฟันให้สม่ำเสมอเพื่อให้รอยยิ้มคุณสวยสมบูรณ์แบบ